เทศกาลของญี่ปุ่นช่วงเดือนเมษายน

เดือนเมษายน ถือว่าเป็นช่วง High-Season เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นช่วงที่ประเทศญี่ปุ่น เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศอบอุ่นขึ้น บรรดาดอกไม้ต่างๆ แข่งกันออกดอกบานสะพรั่งไปทั่วทั้งญี่ปุ่น ช่วงนี้เป็นช่วงที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกมากไม่ใช่น้อย มีกิจกรรมมากมายให้นักท่องเที่ยวได้เข้าร่วม และไฮไลท์สำคัญของเดือนเมษายน ฤดูใบไม้ผลิของประเทศญี่ปุ่นนั่นก็คือ ดอกซากุระ ดอกไม้ประจำชาติ ที่บานสะพรั่งสวยงาม ได้ใจนักท่องเที่ยวอย่างพวกเราไปเต็มๆ ไม่ใช่แค่ดอกซากุระเพียงเท่านั้น ยังมีดอกไม้ พรรณไม้อื่นๆ เบ่งบานสวยงามมากเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นเดือนแห่งการชมดอกไม้ อีกทั้งบรรยากาศอบอุ่น เย็นสบายแบบพอดี ทำให้เราสามารถแต่งตัวแฟชั่น ไม่ต้องใส่เสื้อหนาๆ เที่ยวชม และเก็บภาพความสวยงามได้อย่างเต็มที่ เช็คอินชิลล์ วันนี้พี่หมีเลยจะพาไปชมเทศกาลต่างๆ ในเดือนเมษายนของประเทศญี่ปุ่นกัน

เทศกาลชมดอกซากุระ (Sakura Festival)

ต้นเดือนเมษายน เป็นฤดูของดอกซากุระ ในภาคกลางของประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งโตเกียว, เกียวโต และโอซาก้า ส่วนสถานที่ที่แนะนำให้ไปชมดอกซากุระ ในกรุงโตเกียวนั้น อยู่ด้านบนแล้วจ้า สำหรับจุดชมดอกซากุระที่ดีที่สุด คือ คูเมืองชิโดริกะฟูจิ และ แม่น้ำเมกุโระ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกไปที่นี่ เพราะทัศนียภาพสวยงาม โดยคูเมืองชิโดริกาฟูจิ สามารถพายเรือในคูเมืองเรียบพระราชวังอิมพิเรียล พร้อมชมดอกซากุระที่สวยงามทั้งสองฝั่ง ให้บรรยากาศโรแมนติคสุดๆ ส่วนแม่น้ำเมกุโระ มีต้นซากุระเรียงรายเป็นแนวยาว ในตอนกลางคืนเมื่อเปิดไฟจะสะท้อนกับผิวน้ำ ทำให้ดูสวยงาม ในช่วงค่ำ คนจะเยอะมาก มีพื้นที่สำหรับปิคนิค และมีร้านอาหารมากมาย

หากมีเทศกาลชมดอกซากุระแล้ว ก็ต้องมี ประเพณีฮานามิ คือ การชมความสวยงามของดอกไม้ ฮานามิเป็นประเพณีที่นิยมอย่างมากในญี่ปุ่น เป็นประเพณีที่เก่าแก่มากกว่าพันปี คนญี่ปุ่นจะออกมาปิคนิคในสวน ทานอาหาร ชมนกชมไม้ สูดอากาศ พูดคุย พร้อมกับนั่งชมดอก พบได้ตามจุดชมดอกซากุระต่างๆ ที่อนุญาตให้ปิคนิคได้

เทศกาลแห่ลึงค์ (Kanamara Matsuri)

เทศกาลแห่ลึงค์ เป็นศาสนพิธีในศาสนาชินโต จัดขึ้นทุกวันอาทิตย์แรกของเดือนเมษายน ซึ่งปีนี้ ตรงกับวันที่ 1 เมษายน โดยผู้คนจะแห่ปลัดขิกไว้บนเสลี่ยง ขบวนใหญ่โต อึกทึกครึกโครม ศาลเจ้าคะนายามะขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งกราบไหว้ของเหล่าโสเภณีให้คุ้มครองจากโรคที่มาจากเพศสัมพันธ์ และศาลเจ้านี้ยังเป็นที่สถิตของเทพเจ้าแห่งความรุ่งเรือง และการสืบพันธุ์สร้างครอบครัว ช่วยให้บุตรคลอดง่าย ชีวิตคู่ร่มเย็น มีความเชื่อกันว่า ผู้หญิงที่สมรสแล้วภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี หากได้สวมชุดเจ้าสาวขึ้นไปคร่อมปลัดขิกที่ใช้แห่แล้วจะทำให้ชีวิตสมรสมีแต่ความสุข

ปัจจุบันเทศกาลนี้ จัดขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการท่องเที่ยวและเรี่ยไรเงินไปสมทบการวิจัยไวรัสภูมิคุ้มกันเสื่อมในคน มากกว่าเพื่อวัตถุประสงค์ทางศาสนา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ด้วยการนำประเพณีในรุ่นเก่าๆ มาประยุกต์ให้เข้าปัจจุบัน แถมยังได้ประโยชน์อีกด้วย

เทศกาลอินุยามะ (Inuyama Festival)

เทศกาลอินุยามะ เป็นเทศการสรรเสริญนารุเสะ ฮายาโตะ โนะ โช มาซาโตระ หัวหน้าบริวารของตระกูลโอวาริโทคุกาวะ และขุนนางแห้่งปราสามอินุยามะ จัดครั้งแรกในปี 1635 และสืบต่อมาถึงปัจจุบัน โดยจัดให้เป็นเทศกาลของศาลเจ้าฮาริทสึนะ เพื่อบูชาเทพอารักษ์ท้องถิ่น มีรถแห่ทั้งหมด 13 คัน แบ่งเป็น 3 ตอน ไฮไลท์ของงาน คือ การแสดงตุ๊กตากลหุ่นคารากุริ ที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยยุคเอโดะ มีเสียงดนตรีจากขลุ่ยและกลองไทโกะ และในตอนเย็น รถแห่ประดับประดาไปด้วยโคมญี่ป่น 365 ดวง เป็นภาพที่ตระกาลตาสวยงาม ซึ่งขบวนแห่จะผ่านตามทางที่มีต้นซากุระที่บานแล้วเต็มที่ ไปรอบเมืองรอบปราสาทอินุยามะ ให้สวยงามเหมือนหลุดออดมาจากภาพวาด

เทศกาลดอกชวนชม บุงเกียว (Bunkyo Azalea Festival)

เทศกาศชมดอกชวนชม ที่ศาลเจ้าเนซุ ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่เล่าต่อกัันมาว่าสร้างขึ้นมานานถึง 1,900 ปี เป็นที่รู้จักกันดีว่าภายในศาลเจ้า มีสวนดอกชวมชมที่สวยงาม อายุมากถึง 300 ปี มีต้นชวนชมราว 3,000 ต้น จาก 100 สายพันธุ์ และมีพันธุ์หายาก ในช่วงนี้ดอกชวนชมจะเบ่งบาน สร้างความสวยงามหลากหลายสีสัน ดั่งภาพวาด ที่รายล้อมศาลเจ้า เสียค่าเข้าชม 200 เยน และช่วงเทศกาล ทางศาลเจ้ายังเปิดอาคารหลักของศาล คือ ตัวศาลเจ้า และอาคารทั้ง 7 ให้เข้าชม เพื่อให้ชื่นชมสถาปัตยกรรมของชาติที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ รอบละ 20 นาที ทั้งรูปปั้นและภาพวาดต่างๆ ที่ไม่เคยแสดงที่ไหน อีกทั้งยังเพลิดเพลินกับงานแสดงสินค้าต่างๆ ทั้งต้นไม้้ ของเก่า และร้านค้าอื่นๆ อีกมากมาย

เทศกาลชมดอกวิสทีเรียครั้งยิ่งใหญ่ (The Great Wisteria Festival)

สวนดอกไม้อาชิคางะ เป็นสวนดอกวิสทีเรียที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีต้นวิสทีเรียมากกว่า 350 ต้น และมีต้นวิสทีเรียที่เก่าแก่ถึง 150 ปี โดยมีความกว้างเท่ากับเสื่อทาทามิ 600 ผืน ภายในสวน มีอุโมงค์ดอกวิสทีเรียสีขาวและสีเหลือง ยาวถึง 80 เมตร อีกทั้งยังมีดอกวิสทีเรียสายพันธุ์อื่นๆ บานสะพรั่ง ทั้งสีชมพูอ่อน สีม่วง สีขาว และสีเหลือง ให้นักท่องเที่ยวชมความงามได้ตลอด 1 เดือน แถมยังได้รับคำชมจาก CNN ว่า ต้นวิสทีเรียที่นี่งดงามเปรียบดั่งต้นไม้ในภาพยนตร์เรื่องอวตาร ไฮไลท์ของงานคือ ซุ้มต้นวิสทีเรียขนาดใหญ่ ที่มีความกว้างถึง 1,000 เมตร ในส่วนของยามเย็นตั้งแต่เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป ทางสวนจะทำการเปิดไฟฉายไปยังดอกวิสทีเรีย ซึ่งให้อารมณ์ชวนหลงไหล ราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์ สวยงามมากๆ เลยล่ะจ้าาา

ไม่ได้มีเพียงแค่ดอกวิสทีเรียเท่านั้น สวนดอกไม้อาชิคางะยังมี ดอกอาซาเลีย ที่บานสะพรั่งมากกว่า 5,000 ต้น ซึ่งสายพันธุ์ของดอกอาซาเลียนั้น ถูกรวบรวมมาจากทั่วโลก มากกว่า 1,000 ชนิด มีเพียงญี่ปุ่นเท่านั้น ที่มีสายพันธุ์เยอะกว่าประเทศอื่นๆ ดอกอาซาเลีย สีสันสดใส สวยงาม รับรองว่า ชมแล้วตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอน ถ่ายรูปสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกรัวๆ ไปเลยเนอะ

อัตราค่าเข้าชมสวน ช่วงเช้า (เวลา 07.00-18.00 น.) ผู้ใหญ่ ราคา 900 – 1,800 เยน / เด็ก ราคา 500 – 900 เยน ส่วนช่วงเย็น (เวลา 17.30-21.00 น.) ผู้ใหญ่ ราคา 600 – 1,500 เยน / เด็ก ราคา 300 – 800 เยน

———————————————————————————————

ว้าวว เดือนเมษายนเนี่ย มีแต่กิจกรรมที่น่าสนใจทั้งนั้นเลยเนอะ เทศกาลต่างๆ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นช่วงไฮซีซั่นอีกด้วย ญี่ปุ่นในเดือนเมษายน เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิอย่างเต็มตัว แต่อากาศก็ยังเย็นๆ อยู่นะ ต้นไม้/ดอกไม้ต่างๆ ต่างก็ผลิดอกออกผล สีสันสวยงาม โดยเฉพาะดอกซากุระ สีชมพูสดใส ให้บรรยากาศสุดละมุน โรแมนติคที่สุด และดอกวิสทีเรีย ห้อยระย้า สวยงาม สำหรับใครที่เดินทางไปเที่ยวเป็นคู่ ในบรรยากาศแบบนี้ รับรองว่า ฟินกันอย่างแน่นอนจ้า