10 ข้อท่องไว้ก่อนไปญี่ปุ่น เทคนิคกันหลงทาง ทริคเด็ดๆเมื่อหลงทาง

ปัจจุบันการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ มักจะเลือกวิธีการเดินทาง มาเที่ยวด้วยตัวเองเพิ่มสูงขึ้นกว่าแต่ก่อน เนื่องด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง การกำหนดระยะเวลา มีความอิสระในการท่องเที่ยว และสิ่งสำคัญก็คือ เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น แผนที่ ป้ายบอกทางที่มีภาษาต่างชาติ ทำให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวสะดวก ราบรื่น และง่ายขึ้นกว่าเดิม
.
แต่ในการท่องเที่ยวก็ยังคงมีปัญหาเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะการเดินทางมาเป็นกลุ่ม อาจจะมีการพลัดหลงทางกันเกิดขึ้นได้ ดังนั้นแน่นนอนค่ะ ถ้าเราเป็นคนที่หลงกับเพื่อน และไม่มีไวไฟติดต่อเพื่อนได้ เราจะต้องทำกันอย่างไรดี พี่หมีมีคำตอบและข้อควรปฏิบัติมาดูกันเลย
.
.
1. นัดแนะสถานที่เจอทุกครั้งก่อนเดินเที่ยว
เพื่อเป็นการป้องกันการพลัดหลง โดยเฉพาะสาวๆ เมื่อเดินผ่านเข้าร้านเครื่องสำอางค์ หรือ ร้านเสื้อผ้า มักจะลืมคนรอบข้างไปทันตา พอช้อปปิ้งได้ของ ออกมาจากร้านเพื่อนๆ ก็หายกันไปหมดแล้ว ขอแนะนำว่า ควรนัดแนะสถานที่เผื่อเอาไว้ ป้องกันการพลัดหลง แม้จะมากันแค่ 2คนก็ตาม ต่อให้หากันไม่เจอก็ต้องกลับมารอยังสถานที่ ที่นัดกันไว้
.

.
2. กลับไปรอยังสถานที่สุดท้ายที่เจอกัน
ถ้าหากไม่ได้มีกันนัดแนะสถานที่เจอกัน แล้วเกิดการพลัดหลง ก็มีหลายวิธีที่จะทำได้ แต่หนึ่งในนั้นที่เจ้ทำบ่อยๆ และอย่างไรก็ไม่หลงกันแน่ๆ ก็คือ การกลับไปรอ ยังสถานที่สุดท้ายที่เจอกัน เพราะคนที่เค้าหาเราไม่เจออย่างไร ก็จะเดินย้อน กลับไปยังเส้นทางเดิม เพื่อหาเราอย่างแน่นอน
.
3. หาไวไฟฟรี
เพื่อติดต่อกับเพื่อน ในประเทศญี่ปุ่นมีบริการฟรีไวไฟ ไว้คอยบริการลูกค้าที่มีใช้บริการ และนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้ออย่าง Lawson, 7-11, Starbucks และสถานีรถไฟใต้ดิน อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ที่นี่ ฟรีไวไฟ ถ้าหากเราหาเพื่อนไม่เจอจริงๆ ตั้งสติ และลองมองรอบๆ ข้างตัวดูว่ามีร้านเหล่านี้อยู่หรือไม่ ถ้ามีก็ตรงไปยังร้านเหล่านั้น และต่อไวไฟ เพื่อติดต่อเพื่อน และ share location ให้เพื่อนได้ทราบพิกัด แต่ข้อนี้เวลาคนที่หลงทางมักจะนึกไม่ค่อยได้ เพราะสติกระเจิงไปแล้ว
.

.
4. ควรมีนามบัตร & แผนที่โรงแรมติดตัวเอาไว้
เผื่อหลงทางกับเพื่อนอย่างไรแล้วไม่มีวี่แววว่า เพื่อนจะตามหาเราเจอแน่ๆ เราก็ต้องช่วยตัวเองโดยการหาทางกลับไปยังโรงแรมที่พักให้ได้ โดยการถามทางจากคนบริเวณนั้น, เจ้าหน้าที่ตำรวจ, เจ้าหน้าที่รถไฟ และเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยว (Tourist information) ฯลฯ เพื่อขอความช่วยเหลือ ถึงแม้จะคุยกันคนละภาษาแต่เจ้เชื่อว่า คนญี่ปุ่นเค้ามีน้ำใจค่ะ ถึงเค้าจะบอกทางเราเป็นภาษาที่เราเข้าใจไม่ได้ ให้สังเกตภาษากาย กิริยาท่าทางของเค้า ถ้าเป็นเรา เราก็ต้องทำทุกทางให้คนรับสารเข้าใจให้ได้มากที่สุด ถ้าโชคดีเจอคนใจดีบางทีเค้าก็เดินพาเราไปส่งยังจุดหมายเลยก็มี
.
5.จดจำเส้นทาง & สถานที่สำคัญ
ระหว่างเดินทางเราอาจจะเพลิดเพลินกับสิ่งจูงใจ สิ่งแปลกใหม่ ละลานตารอบๆ ตัว จนอาจทำให้จดจำเส้นทาง หรือ สถานที่สำคัญๆ ไม่ได้ ข้อนี้ขอแนะนำว่า ควรมองรอบๆ จดจำร้านค้า หรือ แลนด์มาร์กอะไรเด่นๆ เอาไว้ เพราะอย่างน้อยถ้าเกิดพลัดหลง เราจะได้ย้อนเส้นทางเดินไปยังสถานที่สุดท้ายที่เราเจอกับเพื่อนๆ หรือ สถานีรถไฟ และ ที่จอดรถได้อย่างถูกต้อง
.
6.ควรศึกษาเส้นทางการเดินทางเผื่อเอาไว้บ้าง
ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นคนแพลนเที่ยว หรือ ผู้นำทริป แบบที่ว่าเพื่อนไปไหนเราไปด้วยขอเป็นผู้ตามอย่างเดียว เดี๋ยวเพื่อนก็พาเราไปถึงจุดหมายได้ แต่ในความเป็นจริง ถึงเราจะเป็น follower แต่เราก็ควรรู้เส้นทางการเดินทางติดไว้เป็นความรู้บ้าง เพราะผู้ติดตามในยามหลงทางก็มีอยู่ไม่ใช่น้อย ป้องกันเอาไว้ดีกว่า
.

.
7.ควรเขียนรายละเอียดใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกงของเด็ก
หากคนที่หลงทางไม่ใช่ผู้ใหญ่แต่เป็นเด็กน้อย เราก็ควรป้องกันเอาไว้ก่อน โดยการเขียนรายละเอียด ของผู้ปกครอง เบอร์ติดต่อ ที่พักโรงแรม เป็นภาษาอังกฤษ ใส่เอาไว้ในกระเป๋าเสื้อ หรือ กระเป๋ากางเกงของเด็กทุกครั้ง และทำการติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณนั้นๆ เพื่อช่วยในการติดตาม และอาจจะต้องสอนบุตรหลานทุกครั้งก่อนออกเดินทางว่า ถ้าเกิดพลัดหลงกับผู้ปกครอง ควรจะให้รอตรงจุดสุดท้ายที่เจอกัน หรือไม่ก็ให้ไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือ ร้านค้าที่อยู่บริเวณนั้นๆ แต่ทางที่ดี จับมือกันให้มั่น ป้องกันเอาไว้ก่อนดีกว่า
.
8.หากลงรถไฟไม่ทันเพื่อน ให้นั่งไปลงสถานีหน้าแล้วนั่งย้อนกลับมาเจอเพื่อนๆที่สถานีเดิม
เหมือนจะเป็น common sense แต่ในยามคับขัน มักจะสติแตกจนนึกไม่ถึงว่าจะต้องทำอย่างไร วิธีนี้ง่ายที่สุด ส่วนเพื่อน ๆ ก็ขอให้รอที่ชานชลา ลุ้นให้เพื่อนที่นั่งเลยไปกลับมาได้อย่างปลอดภัย ส่วนเพื่อนที่อยู่บนรถไฟ พอถึงสถานีหน้า ก็ให้ลงจากรถไฟแล้ว นั่งรถไฟย้อนกลับไป แต่เพื่อความชัวร์ ให้ถามเจ้าหน้าที่ว่าจะไปยังสถานีที่นั่งเลยมา ต้องไปขึ้นรถไฟขบวนไหน ชานชลาไหน แล้วตั้งสติเอาไว้ ยังไงก็ต้องเจอเพื่อนอย่างแน่นอน
.

.
9.หากวิ่งขึ้นรถไฟไม่ทันเพื่อน ต้องทำอย่างไร…ใครรู้บอกที
ใครเคยมีอาการแบบนี้บ้าง คือรถไฟมาแล้วต้องรีบวิ่งไปขึ้นรถไฟด้วยความเร่งรีบ ตัวเองวิ่งทัน แต่ลืมนึกไปว่า คนที่มาด้วยนั้น เพื่อนอาจจะขาสั้นวิ่งไม่ทันเรา แต่มานึกได้อีกที ตัวเราอยู่บนรถไฟ และประตูปิดไปแล้ว แต่เพื่อนก็ยังไม่ได้ขึ้นรถไฟ อย่างแรกต้องตั้งสติ! ทั้งคนนำทริป และคนตาม
– ถ้าเรามั่นใจว่าเพื่อนรู้แน่นอนว่าปลายทาง เราจะไปลงสถานีอะไรเราก็ไปรอที่สถานีเป้าหมาย ที่เราจะไปได้เลย ส่วนเพื่อนถ้าขึ้นรถไฟไม่ทันก็ไม่ต้องตกใจนะคะ สอบถามเจ้าหน้าที่รถไฟ ว่าขบวนรถไฟถัดไปจะจอดสถานีปลายทางที่เราจะลงหรือไม่ (เพราะรถไฟบางขบวนเป็นรถด่วน อาจจะไม่จอด สถานีที่เราจะลงก็ได้ถามไว้ก่อนเพื่อความชัวร์) และก็รอขึ้นรถไฟเพื่อไปเจอกับเพื่อน หรือถ้าสามารถติดต่อกันผ่านทางไวไฟได้ ก็นัดแนะเส้นทางกันได้เลย แต่ถ้าเป็นกรณีที่ไม่มีไวไฟ ติดต่อกันได้ ก็ต้องทำตามวิธีที่บอก
.
– ถ้ามั่นใจแน่ๆว่าเพื่อนไม่รู้สถานีปลายทางอย่างแน่นอน แนะนำว่าให้เราลงสถานีหน้า แล้วนั่งรถไฟย้อนกลับไปหาเพื่อนยังสถานีเดิม เพราะเพื่อนที่ไม่รู้อะไรเลยก็คงจะรออยู่ตรงนั้น(ที่เดิม) และไม่กล้าที่จะไปไหนอย่างแน่นอน
.
10.หาเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยเหลือ
ถ้าท้ายที่สุดจริงๆ เราไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว หรือ มันเกินกำลังจริงๆ แนะนำว่าให้หาเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือ ป้อมตำรวจ ซึ่งที่ญี่ปุ่นจะเขียนว่า KOBAN อย่างน้อยถึงแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เค้าก็จะพยายามให้ความช่วยเหลือ เราอย่างเต็มที่แน่นอน