มือใหม่ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกไปต่างประเทศ

VIEW POST

จะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศทั้งที ไปตั้งหลายวันก็ต้องมีกระเป๋าพะรุงเต็มไปหมด ทั้งเสื้อผ้า ของใช้ เครื่องสำอาง ของจำเป็นต่างๆ อีกเพียบ ไหนจะยังต้องขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศครั้งแรก น่าตื่นเต้นจริงๆ เลย ต้องเตรียมตัวยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง จะทำยังไงดีนะ

1. เตรียมตัวให้พร้อม
สิ่งที่จำเป็น ที่ต้องเตรียมเอาไว้ให้พร้อมก่อนขึ้นเครื่องบิน

– Passport ณ วันที่เดินทางต้องไม่หมดอายุ และยังใช้ได้อย่างน้อยอีก 6 เดือน พร้อมวีซ่าสำหรับเข้าประเทศนั้นๆ
– ตั๋วโดยสาร โดยปกติต้องมีทั้งไปและกลับ เพราะบางประเทศจะขอให้แสดงก่อนเข้าประเทศ เพื่อเป็นการยืนยันว่าคุณกลับประเทศไทยแน่นอน
– แลกเงินเอาไว้ก่อน เป็นเงินสกุลประเทศที่จะเดินทางไป อาจจะเป็นร้านที่รับแลกเงิน หรือจะไปแลกเอาที่สุวรรณภูมิก็ได้

2. มาก่อนเวลา 2 ชั่วโมง
ควรจะกะเวลาให้ไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนขึ้นเครื่องอย่างน้อย 2 ชั่วโมง จะได้ไม่ฉุกละหุก และมีเวลาอีกเยอะสำหรับสิ่งต่างๆ ดังนี้

– มีเวลาสำหรับตรวจตราเอกสาร
– มีเวลาเข้าคิว เช็คอิน และรับบัตรขึ้นเครื่อง (Check-in)
– มีเวลาผ่านด่านตรวจคนเข้าออกจากประเทศไทย
– มีเวลาแลกเงิน
– มีเวลาร่ำลา หรือโทรศัพท์ก่อนขึ้นเครื่อง
– มีเวลาเดินสำรวจร้านค้าปลอดภาษี สำหรับขาช้อบปิ้ง
– มีเวลาเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัวสำหรับคนที่มักจะตื่นเต้นง่าย
– สุดท้ายมีเวลาเดินหาประตูขึ้นเครื่อง

3. ตรวจสอบเที่ยวบิน
เมื่อถึงสนามบินให้เช็คดูจอมอนิเตอร์ว่าเที่ยวบินที่เรานั่งมีสถานะเป็นยังไง ออกตามเวลา หรือดีเลย์หรือไม่ เค้าน์เตอร์เช็คอินหมายเลขอะไร

4. ได้เวลาเช็คอิน
เข้าเช็คอินโดยการตรวจตั๋วโดยสาร และรับบัตรสำหรับขึ้นเครื่อง หรือ Bording Pass ใครยังงงอยู่ ตั๋วโดยสารกับบัตรขึ้นเครื่องเป็นคนละใบกันนะ ซึ่งตั๋วโดยสารที่เรามีอยู่ยังไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ทันที จะต้องเอาไปให้เจ้าหน้าที่แต่ละสายการบินตรวจและออกบัตรให้อีกหนึ่งใบ เรียกว่าบัตรขึ้นเครื่อง (ฺBoarding Pass) โดยในบัตรจะแสดงรายละเอียดว่าว่าต้องไปขึ้นเครื่องที่ประตูไหน นั่งเก้าอี้ตัวไหน อย่าลืมตรวจสอบข้อมูล ชื่อ-สกุล ของเราว่าถูกต้องตรงกันหรือเปล่า และจะมีใบ ตม. เปล่าๆ อีกหนึ่งใบแนบมาพร้อมกันด้วย
ตรวจบัตรเสร็จแล้วก็นำกระเป๋าผ่านเข้าเครื่อง X-Ray เพื่อนำไปเช็คอิน ซึ่งเป็นกระเป๋าที่เราจะฝากไปเก็บใต้ท้องเครื่องบิน ต้องดูให้แน่ใจว่ากระเป๋าที่เราโหลดไปใต้ท้องเครื่องนั้น จะไม่มีของจำเป็นที่จะต้องหยิบใช้ระหว่างเดินทาง เพราะจะไม่สามารถรื้อออกมาได้อีก

5. ตรวจหนังสือเดินทาง
ใบ ตม. ที่ได้รับมานั้น ให้กรอก 2 หน้า บัตรขาออก และ บัตรขาเข้า กรอกเป็นภาษาอังกฤษช่องละ 1 ตัวอักษร โดยข้อมูลต้องตรงกับใน Passport ระวังให้ดี ด้านบนสุดให้กรอกนามสกุลก่อน แล้วตามด้วยชื่อ เรามักจะถนัดเขียนขึ้นต้นด้วยชื่อก่อน อาจจะเผลอเขียนผิดเอาได้

กรอกเสร็จแล้วก็เอาไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจ เอาไปยื่นพร้อมเอกสารอื่นๆ ทั้ง Passport และ Bording Pass ที่ตรงประตูทางเข้า รอรับใบเข้าเมืองที่เจ้าหน้าที่ฉีกคืนให้เราครึ่งหนึ่งพร้อมกับพาสปอร์ตคืนมา อย่าทำหายเชียวนะ เพราะขากลับเราจะต้องใช้อีกครั้ง

6. สแกนสัมภาระ
ตรวจหนังสือเดินทางเสร็จแล้ว ก็ไปสแกนสัมภาระกันต่อ จะมีทางเดินเข้าช่องสแกนสัมภาระ ให้เอาสิ่งของในกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกง กระเป๋าสตางค์ ไปเก็บไว้ในกระเป๋าถือ เสื้อคลุมต้องถอดออก บางสนามบินที่เข้มงวดมากจะต้องถอดเข็มขัด และ รองเท้าด้วย ส่วนน้ำดื่มจะต้องทานให้หมดก่อนเข้าสแกนสัมภาระ หรือไม่ก็ต้องทิ้งลงถังขยะ กระเป๋าถือ เป้ ให้วางลงในสายพานผ่านเครื่อง x-ray ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ แล้วเดินผ่านประตูตรวจจับโลหะ

7. รอขึ้นเครื่อง
หลังจากสแกนสัมภาระเสร็จ ได้สัมภาระคืนกลับมาแล้ว ถ้ามีเวลาเหลือก่อนเครื่องอาจจะหาอะไรกิน แวะเดินเล่นช้อปปิ้ง Duty Free ได้ จากนั้นก็ไปขึ้นเครื่องตามเกตที่ระบุไว้ใน Boarding Pass ก่อนเวลา Boarding Time ระหว่างรอขึ้นเครื่องให้สังเกตจอหน้าเกตว่าเป็น Flight ที่เราบินหรือเปล่า เพราะบางครั้งอาจมีการเปลี่ยนเกต ทางที่ดีควรไปถึงหน้าประตูก่อนเครื่องขึ้นอย่างน้อย 30-40 นาที เร็วกว่านั้นได้ยิ่งดี จะได้ไม่พลาด

8. ขึ้นเครื่อง
ก่อนเครื่องออกจะมีเจ้าหน้าที่เรียกขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่จะขอดู Passport พร้อม Boarding Pass และฉีก Boarding Pass ส่วนของสายการบินออก คืนส่วนที่เหลือให้เรา

9. ออกเดินทาง
เมื่อขึ้นไปอยู่บนเครื่องแล้วให้นั่งตามหมายเลข สังเกตง่ายๆ จะติดอยู่บริเวณที่เก็บสัมภาระ หากหาไม่เจอสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ เก็บสัมภาระไว้ในช่องด้านบนได้ ส่วนของมีค่าให้เก็บไว้กับตัว จากนั้นก็คาดเข็มขัดนิรภัย ปรับพนักเก้าอี้ตั้งตรง เปิดม่านบังแสง ปิดโทรศัพท์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด ดูสาธิตการใช้อุปกรณ์ฉุกเฉิน ที่บนเครื่องบิน เจ้าหน้าที่จะแจกใบ ตม. ของประเทศที่เราจะไป ให้เรากรอกข้อมูล

10. ถึงที่หมาย
เดินตามป้าย Arrivals หรือ Immigration เตรียมเข้าด่าน ตม. ของประเทศนั้น ให้เตรียม Passport + ใบ ตม. ของประเทศนั้นไว้รอตรวจให้พร้อม

เสร็จจาก ตม. ก็ไปรับกระเป๋าที่เราโหลดมา มองหาชื่อเที่ยวบินในป้ายของแต่ละสายพานแล้วไปรอรับกระเป๋าที่ช่องนั้น หลังจากได้กระเป๋าอย่าลืมสำรวจความถูกต้อง ว่าเป็นกระเป๋าของตัวเองหรือเปล่า มีส่วนไหนแตกเสียหายหรือไม่ หากเกิดความเสียหายสามารถขอเคลมกับทางสายการบินได้ตามความเป็นจริง ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดีก็ออกจากอาคารผู้โดยสารได้เลย

คนที่ไม่มีสิ่งของจะต้องแสดง ให้ออกทางช่องเขียว
คนที่มีสิ่งของต้องแสดง เช่น นำเข้าสินค้าปริมาณมากในเชิงพานิชย์ ให้ออกทางช่องแดง

เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการเดินทาง แค่นี้มือใหม่หัดขึ้นเครื่องบินก็ไม่ต้องกลัวขึ้นเครื่องกันแล้วล่ะ พี่หมีขอให้เดินทางปลอดภัยกันทุกคนนะ

วิธีหัดเล่นสกีในเบื้องต้น สำหรับมือใหม่

VIEW POST

ตอนนี้ช่วง Winter แล้วเพื่อนๆหลายคน คงไปสกีรีสอร์ทกัน ที่ Hot และ Hit ก็คงไม่พ้นเกาหลีแน่ๆ เพราะที่นี่มีสกีรีสอร์ทหลายที่ และคงได้มีโอกาสเช่าอุปกรณ์สกีมาเล่นกันบ้าง
วันนี้พี่หมีเลยถือโอกาสแบ่งปันข้อมูล หลักการเล่นสกีเบื้องต้น ที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายให้เพื่อนๆได้เตรียมตัวไปเล่นสกีกัน ส่วนเพื่อนๆที่เล่นกันจนชำนาญแล้วก็เข้ามาแชร์ข้อมูลกันได้นะ

ในเรื่องแรกคือ
เครื่องแต่งกายต้องพร้อม ได้แก่ ชุดสกี ถุงเท้า หมวก ถุงมือ แว่นตา และอุปกรณ์ได้แก่ ไม้สกี ร้องเท้า ไม้สต็อค เป็นต้น

การใส่ร้องเท้า ดึงฝาช่องรองเท้าไปข้างหน้าใส่เท้าลงไปรัดบังเกิ้ลและรัดสไตร์ปเป็นอันจบการใส่ร้องเท้า

การใส่รองเท้ากับไม้สกี ว่างไม่สกีไว้ขวางกับเนินลานสกีและวางไม้สกีไว้ขนานกัน ว่างปลายเท้าเข้ากับไม่ดิ้ง และกระแทกส้นเท้าลงไปแรงๆ เป็นอันเสร็จสิ้น ทำหรับการถอดไม้สกี้นั้น ใช้ไม้สต็อคหรือมือกดที่ด้านหลังไบดิ้งตัวที่ล็อคจะคลายออกเอง

การจับไม้สต็อค ถือสไตร์ปกับสต็อคไปด้วยกัน สิ่งที่ไม่ควรทำคือ มือถถือสสต็อดอย่างเดียวสไตร์ปอยู่ข้างนอก

หลักในการถือไม้สกี้และสต็อค นำไม้สกีทั้งสองอันแบกไว้บนไหลหรือประคองไว้ที่เอว ส่วนของสต็อค รวบเอาไว้ด้วยกัน

**ก่อนการเล่นสกีนั้นต้องบทำกายบริหารก่อนก็เพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดเป็นตะคริวและร่างกายจะได้ยืดหยุ่นได้ดีในสภายอากาศที่ยืน**

**เทคนิคการไถลไปข้างหน้าบนพื้นราบ ทำได้ง่ายๆโดยการฝึกไถลไปข้างหน้าด้วยใชไม้ตล็อคช่วยได้ดั้งนี้ วางไม่ตล็อคทั้งสองอันไว้ข้างหน้าของสกีโดยมีระยะห่างประมาน 15 ซ.ม. แล้วค่อยๆไถลตัวไปข้างหน้า การจะเร่งความเร็วนั้นสามารถทำได้โดยการ ว่างไม้สกี้เป็นรูปตัว V ค่อยๆไถลไม้สกี้ไปที่ละข้างและเมื่อไถลเท้าข้างหนึ่งไปแล้วค่อยไกลเท้าอีกข้างหนึ่งตาม ไม้ตล็อคทั้งสองข้าง ไว้เฉียงไปด้านหน้า

**เทคนิคการเปลี่ยนทิศ สามารถทำได้โดยการค่อยๆเปิดหน้าเท้าไม้สกีข้างใดข้างหนึ่งตามทิศทางที่ต้องการ และค่อยหมุนยกอีกข้างหนึ่งตาม ต้องค่อยๆเลื่อนไปที่ละนิด การเปลี่ยนแบบ kick turn ซึ่งเป็นการเปลี่ยนทิศในที่ชันนั้นเอง

นี่ก็คือเทคนิคในการเล่นระดับเบื้องต้นของกีฬาสกีที่นิยมเล่นในประเทศที่มีหิมะตกบ่อยๆ